วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2554

หัวเหราะวันละนิดจิตแจ่มใส

.....

“หัวเราะวันละนิดจิตแจ่มใส” หลายๆ คนคงเคยได้ยินคำกล่าวนี้ แต่คุณเคยสงสัยไหมค่ะว่า การหัวเราะนั้นสามารถทำให้เราสุขภาพดีได้อย่างไร

เพราะถ้าหากเราสามารถนำเสียงหัวเราะมาสังเคราะห์เป็นยา ช่วยรักษาโรคซึมเศร้าเหงาหงอยไปจนถึงโรคหัวใจได้ ก็คงจะเป็นเรื่องที่น่ายินดีอยู่ไม่น้อย เพราะการหัวเราะทำให้อวัยวะทุกส่วนตั้งแต่หัวใจ ปอด กล้ามเนื้อสมอง ไปจนถึงระบบคุ้มกันทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการหัวเราะจะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันของคนเราได้ถึง 2 ทาง คือ



1 เพิ่มระดับความเข้มข้นของแอนตี้บอดี้ที่เป็นภูมิคุ้มกันหมุนเวียนในกระแสเลือด



2. เพิ่มระดับเม็ดเลือดขาวซึ่งเป็นตัวกำจัดสิ่งแปลกปลอมที่หลุดเข้ามาในร่างกายซึ่งการเปลี่ยนแปลงทั้งสองแบบนี้ จะช่วยทำให้เรามีภูมิคุ้มกันในโรคต่างๆ มากขึ้นนั่นเองในขณะที่คุณหัวเราะ ร่างกายจะหลั่งสารเอนดอร์ฟินออกมา ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ช่วยระงับความเจ็บปวดช่วยให้ ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย และฮอร์โมน ซีโรโทนิน (Serotonin) เป็นสารสำคัญตัวหนึ่งในสมอง ซึ่งช่วยในการนำสัญญาณประสาทต่างๆ ตามเส้นประสาท เป็นฮอร์โมนที่ทำให้เราอารมณ์ดีและสดใส ลดความเครียด แต่ในขณะที่คุณเกิดอารมณ์เครียด ฮอร์โมนซีโรโทนินก็จะหลั่งออกมาน้อยมาก จึงมีส่วนนำไปสู่ความผิดปกติหลายอย่าง โดยเฉพาะจะก่อให้เกิดอารมณ์ซึมเศร้า เหงาหงอย หงุดหงิด นอนไม่หลับกระสับกระส่าย เป็นต้น



รู้อย่างนี้แล้ว ท่านไหนที่กำลังหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ ก็ควรปล่อยวางเสียบ้าง มองโลกในแง่ดี สนุกกับชีวิตให้มากกว่านี้ แล้วมาเริ่มหัวเราะกันถอะนะคะ

ทฤษฎี 3 มิติ ของ Reddin

กล่มที่ 8  
อนงค์รักษ์  โฮมราช
     พฤติกรรมผู้นำตามความแนวคิดของ Reddin โดยทำการศึกษาวิเคราะห์ซึ่งอาศัยผลการวิจัยจากมหาวิทยาลัยโอไฮโอ มหาวิทยาลัยมิชิแกน มหาวิทยาลัยฮาวาร์ด และงานวิจัยของ Blake and Mouton ซึ่งเน้นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของพฤติกรรมผู้นำในสองมิติ ได้แก่ มุ่งงาน และ มุ่งสัมพันธ์ Reddin ได้เพิ่มมิติมุ่งประสิทธิผลเข้าไปอีกหนึ่งมิติเพื่อจะทำให้ได้พฤติกรรมผู้นำที่มีความครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ทฤษฎีนี้ได้ชื่อว่าทฤษฎี 3 มิติ ประกอบด้วย


1. มิติมุ่งงาน (Task Oriented ) หมายถึง พฤติกรรมผู้นำที่มุ่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้เข้าใจในการดำเนินงานตามแนวนโยบาย การติดต่อสื่อสาร การประสานงานเพื่อให้ผู้ใต้บังคับบัญชา สามารถปฏิบัติงานได้ผลและสำเร็จตามวัตถุประสงค์

2. มิติมุ่งสัมพันธ์ (Relation Oriented) หมายถึง พฤติกรรมผู้นำที่แสดงถึงความเป็นมิตรมีความไว้วางใจ เชื่อใจ สนิทสนมกับผู้ใต้บังคับบัญชาเพื่อก่อให้เกิดความพึงพอใจในการปฏิบัติงาน

3. มิติมุ่งผลผลิต ( Effectiveness) หมายถึง พฤติกรรมผู้นำที่มุ่งให้การดำเนินงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ และผู้ร่วมงานพอใจ โดยยึดสถานการณ์เป็นหลัก ถ้าสถานการณ์เหมาะสมพฤติกรรมผู้นำก็จะมีประสิทธิผลมาก ถ้าหากสถานการณ์ไม่เหมาะสม พฤติกรรมผู้นำก็จะมีประสิทธิผลน้อยไปด้วย

แบบที่มีประสิทธิผลสูง 4 แบบ ได้แก่ แบบผู้คุมกฎ (Bureaucrat) แบบนักพัฒนา (Developer) แบบผู้บุกงาน (Benevolent) แบบนักบริหาร (Executive)

อ้างอิง 
ดร.สมชาย คุ้มพูล และคณะ.(2547) . ภาวะผู้นำทางการเมือง กับ การพัฒนาพรรคการเมือง